ผู้เขียน หัวข้อ: เบอร์เบินกับเทนเนสซีแตกต่างยังไง  (อ่าน 3 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

มิถุนายน 30, 2018, 04:08:59 AM
  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 21
  • เพศ: ชาย
    • ดูรายละเอียด


 
ประวัติศาสตร์ฉบับย่อของอเมริกันวิสกี้
 
ว่ากันว่าศาสตร์ของการกลั่นนั้นมีต้นกำเนิดมาไม่ต่ำกว่าเมื่อ 2,000 ปีก่อนคริสตกาล ในอารยธรรมเมโสโปเตเมียโบราณ จนกระทั่งเมื่อตอนราวๆ ค.ศ. 1,000-1,200 ความรู้ความเข้าใจที่เกี่ยวข้องกับเรื่องการกลั่นก็เดินทางข้ามจากแผ่นดินหลักของยุโรปไปยังสกอตแลนด์รวมทั้งไอร์แลนด์
 
เมื่อความรู้เกี่ยวกับการกลั่นเดินทางไปถึงแถบตะวันออกเฉียงเหนือของอเมริกาพร้อมๆ กับผู้ตั้งหลักแหล่งผู้ดีอังกฤษ ไรย์ คือเมล็ดพืชที่พวกเขาใช้สำหรับการผลิตวิสกี้ และ ต่อมาก็ได้มีการหันมาใช้เมล็ดข้าวโพด เพราะว่าเป็นพืชที่เหมาะสมกับอากาศมากกว่า การผลิตวิสกี้ที่ทำมาจากข้าวโพดนั้นมีฐานอยู่ที่มลรัฐเคนทักกี ซึ่งนับว่าเป็นบ้านของเบอร์เบินวิสกี้ (Bourbon Whisky) มาตั้งแต่ศตวรรษที่ 1700s
 
เพราะอะไรต้องเคนทักกี ?
 
ผู้ผลิตวิสกี้ทุกคนต่างทราบกันดีอยู่แล้วว่าคุณภาพของน้ำนั้นมีส่วนสำคัญสำหรับการกำหนดรสชาติของวิสกี้ ยกตัวอย่างน้ำในบางพื้นที่ของสกอตแลนด์ก็จะมีรสชาติที่ไม่เหมือนกันออกไป ซึ่งส่งผลกับบุคลิกของวิสกี้ ยกตัวอย่างเช่น ในบางพื้นที่ที่ไหลผ่านการเผาหน้าดินก็ชอบมีกลิ่นพีท แล้วก็บางพื้นที่อยู่ใกล้กับทะเลก็จะมีผลให้น้ำที่นำมาผลิตมีรสเค็ม และก็ส่งผลกับวิสกี้ด้วย ไม่เว้นแม้แต่เบอร์เบิน ซึ่งน้ำจากแม่น้ำเคนทักกีที่ไหลผ่านหินแร่ไลม์สโตนที่อุดมอยู่ในมลรัฐดังที่ได้กล่าวผ่านมาแล้ว มีส่วนสำคัญที่ทำให้น้ำจากที่นี่มีผลต่อรสหวานนุ่มอันเป็นเอกลักษณ์ของเบอร์เบิน รวมทั้งพื้นที่ตั้งแต่ชายแดนของแคนาดา เรื่อยไปจนถึงมลรัฐอลาบามาด้วย ที่นับได้ว่าเป็น Bourbon Zone
 
ความหมาย ตามกฎหมายของเบอร์เบินวิสกี้

  • เบอร์เบินจะต้องผลิตขึ้นจากธัญพืช โดยมีส่วนผสมของเมล็ดข้าวโพดไม่น้อยกว่า 51%
  • เบอร์เบินจะต้องได้รับการกลั่นโดยไม่ให้มีแอลกอฮอล์เกินกว่า 160 Proof หรือ 80% ABV (Alcohol By Volume)
  • ไม่มีการผสมสี หรือ แต่งรสชาติ
  • เบอร์เบินต้องได้รับการบ่มในถังไม้โอ๊กใหม่ ที่เผาไฟด้วยถ่านจำพวกพิเศษ
  • โดยจะต้องได้รับการบ่มไม่น้อยกว่า 2 ปี
  • ได้รับการบรรจุเข้าไปในถังบ่มในขณะมีแอลกอฮอล์ไม่สูงไปกว่า 125 Proof หรือ 62.5% ABV
  • เมื่อบรรจุขวดเบอร์เบินต้องมีแอลกอฮอล์ไม่น้อยกว่า 80 Proof หรือ 40% ABV
  • เบอร์เบินที่บ่มนานน้อยกว่า 4 ปี ต้องมีการกำหนดที่ฉลาก ถึงอายุของวิสกี้ตัวที่เอามาผสมรวมทั้งได้รับการบ่มมาน้อยที่สุดในวิสกี้ขวดนั้น (แต่ว่าส่วนมากก็นานไม่ต่ำลงยิ่งกว่านี้กันทั้งนั้นล่ะ)
  • ถ้าครบทุกคุณสมบัติข้างต้น แล้วก็ผลิตในมลรัฐเคนทักกีเท่านั้นก็เลยจะเรียกได้ว่า ‘Kentucky Straight Bourbon Whisky’
  • ข้อนี้สำคัญที่สุด กฎนี้ออกมาตั้งแต่ปี คริสต์ศักราช 1907 วิสกี้ที่ถูกผลิตขึ้นในอเมริกาเพียงแค่นั้นก็เลยจะสามารถเรียกได้ว่าเป็นเบอร์เบินวิสกี้

 
ครอบครัวที่กลั่นเบอร์เบินมานานกว่า 90 ปี
 
เอ็ดดี้ รัสเซลล์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการกลั่นของ Wild Turkey
 
เมื่อเร็วๆ นี้ เอ็ดดี้ รัสเซลล์ ผู้ที่มีความชำนาญด้านการกลั่น (Master Distiller) ของ Wild Turkey เบอร์เบินชื่อดังจากเมืองเคนทักกีได้เดินทางมาเปิดมาสเตอร์คลาสในเมืองไทย นอกจากให้ความรู้เกี่ยวกับอเมริกันวิสกี้ให้เราฟังแล้ว ยังเล่าถึงเรื่องราวของครอบครัวของเขา ซึ่งเป็นผู้สร้างเบอร์เบินถึง 2 ชั่วอายุคน คือตัวเขากับพ่อ ซึ่งรวมแล้วครอบครัวนี้มีประสบการณ์ในการกลั่นเบอร์เบินนานถึงกว่า 90 ปี เลยทีเดียว
 
ถังไม้โอ๊กสำหรับบ่มควรเป็นถังโอ๊กใหม่แค่นั้น แล้วก็ของ Wild Turkey ควรเป็น American White Oak เขาได้เล่าถึงความเด่นของวิสกี้แบรนด์ไก่งวงเถื่อนนี้ให้ฟังว่า โรงกลั่นของ Wild Turkey ตั้งอยู่ใกล้กับแม่น้ำเคนทักกี ซึ่งมีชั้นหินปูนใต้น้ำ ที่เปรียบดังตัวกรองน้ำจากธรรมชาติ ทำให้โรงกลั่นได้น้ำที่ใสบริสุทธิ์ ซึ่งจำเป็นสำหรับการผลิตวิสกี้ประสิทธิภาพสูง และ โดยทั่วไปแล้วเมื่อนำไปบรรจุถังไม้โอ๊กในขั้นตอนการบ่ม ก็จะใช้เฉพาะถังไม้โอ๊กที่เยี่ยมที่สุดที่เป็นอเมริกัน ไวต์ โอ๊ก ซึ่งจะถูกนำไปเผาที่เบอร์ 4 หรือที่เรียกว่า "The Number 4 Alligator Char" ซึ่งเป็นการเผาเบอร์สูงที่สุดจนกระทั่งมีลวดลายคล้ายหนังจระเข้ (โดยธรรมดาเบอร์เบินวิสกี้แบรนด์อื่นมักใช้กันที่เบอร์ 2-3) ซึ่งเขากล่าวว่าด้วยการที่ไม่มีการแต่งสีและกลิ่นของวิสกี้ การเผาถังไม้เบอร์รีจะช่วยให้วิสกี้มีสีรวมทั้งรสมากขึ้น อันเป็นวิธีเฉพาะของ Wild Turkey รวมทั้งช่วงเวลาสำหรับการบ่ม ซึ่งโดยธรรมดาชอบบ่มกันราว 4 - 6 ปี แม้กระนั้นที่โรงกลั่นวิสกี้ไก่งวงเถื่อนเขาบ่มนานถึง 6, 8, 10, 12 ปี เป็นลำดับ ที่สำคัญอีกข้อเป็นวัตถุดิบที่ใช้ควรเป็นเมล็ดข้าวโพดและก็เมล็ดพืช Non-GMO
 
ที่มา -  เหล้านอก